[fic] ◦ ━ SM couple ━ ◦ ,, (ShinyaxKeita) - 1

posted on 11 Dec 2011 23:07 by kimito directory Fiction
x Tittle: SM couple

x Author: TANIkhim

x Fandom: Lead

x Pairing: T. Shinya x F. Keita
 
 

 
 
 
chapter 1.
 
 
 
 
 
 

ท้องฟ้าสีหม่นไร้แสงเจิดจ้าอย่างเคย ลมเย็นที่พัดมาเป็นระลอก บรรยากาศครึ้มๆราวกับฝนจะตก หากแต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น มันก็แค่...วันที่ไม่มีแดดธรรมดาๆเท่านั้นแหละ เป็นวันเฉื่อยๆที่ชวนให้ขี้เกียจไปวันๆเท่านั้น ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้สองหนุ่มเพื่อนซี้แห่งโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งถึงได้สุมหัวกันดำเนินกิจวัตรประจำวันเดิมๆของตัวเองกันอยู่อย่างปกติแบบนี้ไง

 

 

 

อากาศแบบนี้เรียนไปก็หลับอยู่ดี....

เพราะคิดแบบนั้น ผมถึงได้อยู่ที่นี่....ดาดฟ้าของโรงเรียนในเวลาเรียนแบบนี้ ชั่วโมงนี้คงเป็นวิชาภูมิศาสตร์มั้ง จำไม่ค่อยได้ ถึงจะอยู่ในห้องก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียน สู้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศในที่แบบนี้ยังจะดีเสียกว่า พอเลิกเรียนก็ไปเล่นบอลกับพวกห้องบี จากนั้นก็ไปบ้านไอ้เคตะ เห็นมันบอกว่ามีเกมใหม่มา เกมคราวก่อนยังเล่นไม่เคลียร์เลย....

 

“ไปสูบไกลๆดิวะ” ผมได้ยินแล้วต้องหน้าเบ้ จำใจเดินไปห่างๆให้ได้ดั่งใจมัน ปรายตาไปมองก็เห็นมันนั่งกดโทรศัพท์เล่น เห็นแล้วอยากตบกะบาลสักที กูสูบของกูอยู่นานแล้วโว้ยยย แต่ว่า...การยอมถอยทัพให้เงียบๆแลกกับการที่ให้มันอยู่เงียบๆก็ถือว่าคุ้มค่า ไม่งั้นคงเจอมันฝอยอีกนาน

 

“อากิระ ไปบ้านไอ้เคตะป่ะ” ผมถามมัน เอนตัวพิงขอบระเบียงของดาดฟ้า ลมพัดมาอีกระลอก ค่อนข้างแรงทีเดียว ถ้ามีสาวๆเดินอยู่ก็คงส้มหล่นกันบ้าง แต่น่าเสียดายที่โรงเรียนนี้มันมีแต่ผู้ชาย คิดแล้วหดหู่ชะมัด

 

“เล่นเกมอีกล่ะสิ”

 

“คิดว่าฉันจะไปทำการบ้านเหรอวะ” บุหรี่หมดพอดี ผมถือมันจี้กับเหล็กตรงขอบระเบียงแล้วโยนมันทิ้งลงไปข้างล่าง การบ้านมีอะไรบ้างยังไม่รู้เลย จะให้ทำยังไง

 

“ขอบายว่ะ” อะไรวะ !! ไม่ไปก็ไม่ต้องไป ที่ชวนเนี่ยคิดว่ามันคงไม่ปฏิเสธแน่ๆ พอเป็นแบบนี้ ผมก็อดหงุดหงิดไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ อากิระแม่งธุระเยอะทุกที

 

“วันนี้ฉันจะไปดูชมรมดนตรีซ้อมหน่อย ไม่รู้ว่าเลิกกี่โมง” อากิระทำหน้ามีความสุขสุดๆตอนที่พูด เห็นแล้วน่าหมั่นไส้มาก เอาล่ะสิ ชมรมดนตรีอีกแล้ว เบื่อจะแย่...

 

“วันนี้ฟุรุยะไปซ้อมกับวงไอ้ริวอะ แค่คิดว่าได้ยินเสียงหวานๆของฟุรุยะ ฉันก็ตื่นเต้นจะแย่แล้ว” เอาล่ะสิ....ฟุรุยะอย่างนั้น ฟุรุยะอย่างนี้มาแล้วครับ ใช่....อากิระมันชอบเพื่อนร่วมระดับชั้น ฟุรุยะที่ว่า ชื่อเต็มๆว่า ฟุรุยะ เคตะ เป็นเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารัก หน้าเรียวๆ ปากเล็กๆ ตาก็เล็ก จมูกก็เล็ก ต่างกับผมที่จมูกใหญ่ เวลาที่เลือดกำเดาออกนี่ ลำบากมากเลยล่ะ...ไม่ใช่สิ ผมกำลังพูดเรื่องฟุรุยะนิ ไม่ได้พูดเรื่องตัวเองสักหน่อย ฟุรุยะ เตี้ยกว่าผมนิดหน่อย ตัวผอมสุดๆ จนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าทำไมถึงมีแรงร้องเพลงได้ขนาดนั้น เพราะว่ามีใบหน้าที่น่ารักแบบนั้นรวมกับเสียงติดจะหวานและท่าทางสดใสร่างเริง ฟุรุยะ เคตะก็เป็นขวัญใจของอากิระไปโดยปริยาย วันๆหนึ่งมันพูดเรื่องฟุรุยะไม่รู้กี่เรื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็จะวนเวียนอยู่แต่ว่า น่ารักอย่างนู้น น่ารักอย่างนี้ ผมฟังจนเอาไปพูดได้เหมือนกับเป็นคนที่ชอบฟุรุยะเอง

 

“งั้นเหรอ” จะพูดอะไรต่อดีนะ ถ้าตอบแค่นี้โดนมันด่าแน่ๆ

 

“แก...ไปดูกับฉันไหมล่ะ”

 

“ขอบายว่ะ” ผมรู้อยู่แก่ใจ มันชวนแบบนี้ก็ออกแนวบังคับล่ะนะ แต่ขอร้องเถอะ อย่าเอาฉันไปอยู่ในโลก “ฟุรุยะ แฟนคลับ” อย่างนายเลยนะ

 

“ได้ไงวะ ฟุรุยะมาร้องเพลงแบบนี้ไม่บ่อยนะโว้ย ปกติก็เล่นแต่เปียโน” แหงล่ะ ก็ไม่ได้อยู่วงดนตรีแบบที่ริวอิจิมันอยู่นิ เรื่องของเรื่องก็คือ ริวอิจิมันดันทะลึ่งเข้าไปแอบหงีบในห้องซ้อมของพวกดนตรีคลาสสิค...โรงเรียนผมรวยน่ะ เลยมีพวกเปียโน ไวโอลิน แล้วก็อะไรเทือกนั้นให้นักเรียนเล่นด้วย แต่ก็นะ...ใช่ว่าจะเล่นกันได้ทุกคน ดูเหมือนว่าพวกที่จะเข้าชมรมนี้ได้ก็ต้องมีฝีมือพอสมควร ริวอิจิที่ยังหลับไม่สนิทดีนั้นก็ได้ยินเสียงเปียโนกับเสียงร้องเพลงของคนคนหนึ่ง....อืม ก็นั่นแหละ เสียงฟุรุยะ เคตะกำลังดีดเปียโนแล้วก็ร้องไปด้วย ริวอิจิบอกว่ารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ ไอ้นี่ก็เว่อร์อีกคน มันบอกว่าจะส่งวงประกวด คราวนี้มันต้องการความนุ่มลงไปในเพลงของมันด้วย ฟุรุยะเลยมาได้จังหวะมากๆ

 

“แกต้องไป” อากิระหันมามองแบบใช้สายตาจิก แต่ผมไม่สนใจ

 

“กูจะไปเล่นบอลกับไอ้เคตะโว้ย” ผมตอบกลับไปเซงๆ หวั่นใจอยู่เหมือนกันว่า เย็นนี้มันจะทำยังไงให้ผมไปกับมัน ความจริงแล้วคำปฏิเสธของผมไม่เคยเป็นผลเลยสักครั้ง แต่คราวนี้ผมจะไม่ยอมมันเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดยังไงเย็นนี้ผมจะไปเล่นบอลกับพวกห้องบีให้ได้! ! ทานิอุจิ ชินยะคนนี้เอาหัวเป็นประกัน

 

 

 

 

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะนะ....

 

 

 

 

แล้วไหงกูถึงมาอยู่ห้องซ้อมดนตรีได้ล่ะโว้ยยยยยยยยยยยยยย

 

 

ไอ้อากิระ ฉันขอสาปแช่งแก ขอให้แกหน้าเป็นแมวแบบนี้ไปตลอดชาติ ฟรุยะไม่รักไม่หลง ขอให้จมูกแกจะบาน ตาจะหยี ปากจะเจ่อ  ตัวจะดำยิ่งกว่าฉัน เล่นเกมกี่ครั้งก็ขอให้แพ้ เดินกลับบ้านขอให้สะดุดก้อนหิน เดินผ่านป้ายขอให้ชน ขอให้***แกมัน******

 

“ไอ้ชิน บ่นห่าอะไรวะ เงียบๆหน่อยดิ๊” ดูมัน ดูมันพูดกับเพื่อนรักที่สุดของมันสิครับ นอกจากจะเอาจุดอ่อนของเพื่อนมาใช้แล้วยังพูดจาหยาบคายใส่ผมคนนี้ด้วย แย่ที่สุด...

 

“เฮ้ย ริว ฟุรุยะยังไม่มาเหรอ” อากิระหันไปถามไอ้ริวที่กำลังเกากีตาร์อยู่เงียบๆ

 

“ก็อยากจะบอกอย่างนั้นน่ะนะแต่ว่า พอดีว่าเขายืนอยู่หลังนายน่ะ” ริวอิจิเหลือบตาขึ้นมามองแล้วก็ชี้นิวมาทางพวกผม

 

“กรี๊ดดดดด” ไปแปลงเพศไป๊ ไอ้น้องอัคกี้

 

“กรี๊ดหาเตี่ยแกสิ หนวกหูโว้ยย” ผมทนความเว่อร์ของมันไม่ไหวแล้ว เข้าใจกันบ้างหรือยังว่าทำไมผมถึงไม่อยากมาที่นี่

 

“สวัสดี ฟุรุยะ บังเอิญจังนะ เจอกันอีกแล้ว” อากิระยิ้มจนผมคิดว่าตีนกามันจะขึ้น

 

“สวัสดีครับ คางิโมโตะคุง” ฟุรุยะพูดไปยิ้มไป ก่อนจะเดินไปหาริวอิจิ คุยกันไม่นานก็เริ่มเทสเสียงเพื่อซ้อม ส่วนอากิระนั้น....กำลังเข้าไปในโลกที่ผมตั้งชื่อให้ว่า “น้ำลายยืดโหมด”

 

 

จริงๆก็ยอมรับอยู่หรอกนะว่าฟุรุยะร้องเพลงเพราะจริง แถมการแสดงอารมณ์ของเพลงก็ทำได้ดีด้วย แต่ว่าร้องเพลงเพราะก็ใช่ว่าจะเป็นแฟนที่ดีนี่นะ แฟนที่ดีของผมนั้นต้องอึดและถึกครับ แน่นอนว่าไม่ได้รวมถึงคำว่า “กล้าม” นะ ผมน่ะเป็นคนมือไม้หนัก ถ้าทนไม่ได้ก็แย่สิ...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นพวกชอบทำร้ายแฟนตัวเองนะ จะยังไงก็เถอะ ฟุรุยะน่ะ แค่ผมกอดทีเดียวตัวคงหักแล้วมั้ง เพราะงั้นเลยไม่ผ่านนะ

 

 

 

“วันนี้ขอบคุณมากนะ ฟุรุยะ พรุ่งนี้เจอกันนะ” หลังจากซ้อมเสร็จก็เริ่มแยกย้ายกันแล้วครับ แต่อัคกี้คุงในโหมดน้ำลายยืดยังไม่กลับมาสู่โลกความเป็นจริงเลย ผมที่เป็นเพื่อนรักก็จำเป็นต้องเป็นคนพามันกลับ

 

เปรี้ยง

 

ไม่ได้มีฟ้าฝ่าหรอกนะ แดดออกแบบนี้จะไปมีได้ยังไง ผมตบกะบาลอากิระเบาๆ ให้มันมีสติ นี่แหละครับที่ทำให้เราเป็นเพื่อนสนิทกันได้ เพราะว่ามันทนไม้ทนมือไงล่ะ แต่ขนาดเป็นแบบนั้น ผมตบเบาๆมันยังหน้าหันซะขนาดนี้เลยนะ สงสัยต้องให้มันไปฟิตร่างกายมากกว่านี้ซะแล้วสิ

 

 

“ไอ้ชิน ลงไม้ลงมือกับเพื่อนรักอย่างฉันอีกแล้วนะ” มันด่าแต่ทำหน้ามึน แต่ผมไม่สนใจหรอก ต่อปากต่อคำแบบนี้ได้แสดงว่าสติกลับมาแล้ว

 

“กลับบ้านโว้ยไอ้ตูด ไสก้นแกออกมาได้แล้ว” ผมพูดพลางเดินไปถึงหน้าประตู เหลือบไปเห็นฟุรุยะจ้องมาเขม็ง

 

จะ จะ....จ้องแบบนั้นทำไมง่าาา รู้สึกไปเองหรือเปล่าวะ ว่ามันมีประกายออกมาด้วย ไม่ไหวล่ะ ขืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้มีหวังโดนสายตานั่นจ้องจนทะลุไปถึงตับด้านขวาแน่ ผมรีบๆดึงอัคกี้คุงออกมาอย่างแรง เพราะถ้าไม่รีบท่าทางมันจะงอกรากอยู่ตรงนั้น

 

 

“ตกลง แกต้องไปบ้านไอ้เคตะกับฉันด้วย” ผมหันไปบอกมันห้วนๆ หงุดหงิดเล็กๆ

“ฟุรุยะ แล้วเจอกันใหม่น้า” มันไม่ได้ฟังตูเลยนี่ฟ่า !! ไอ้เวร ผมเหลือบมองมันก็เห็นว่ากำลังโบกไม้โบกมือให้ฟุรุยะอยู่ แล้วก็ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าฟุรุยะที่กำลังยิ้มอยู่นั้นยิ้มมาเผื่อผมด้วย

 

 

ให้ตาย....

ยิ้มน่ารักว่ะ แล้วทำไมผมต้องไปปลื้มเหมือนไอ้อากิระมันด้วย....

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

ฮ่าๆๆๆ แต่งไว้ตั้งกะตอนปิดเทอม แต่ไม่รู้จะไปรอดหรือเปล่า เรื่องนี้บ่มีกำหนดตอนต่อไป คือแต่งด้วยความอยากเห็นชินยะแบบนี้ในรูปแบบของตัวเองล้วนๆ ส่วนหนูเคตตี้ต้องรอกันไปว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่งเรื่องนี้ได้เพราะ "กินทามะ" คือไม่เน้นบทสนทนา รั่วๆ มึนๆ ดิบๆ เสื่อมๆ เผื่อว่าแต่งเรื่องนี้เรื่อยๆแล้ว มุกเรื่อง one shot ของโชจุนจะมา โฮวกก นี่ขิมค้างเรื่องนี้มากี่ปีแล้ว ไม่อยากจะคิด คนลืมหมดแล้ว

 

แล้วเจอกันจ้าา

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet